น้ำแร่ที่มองเห็นไหลผ่านช่องโคมะกุจิ (จุดแบ่งน้ำแร่จากต้นน้ำ) กลางทางเดินบันไดหิน พร้อมกลิ่นหอมของมันจูน้ำพุร้อน (ขนมแป้งนึ่งไส้ถั่วแดง) จากร้านสองข้างทาง คือเสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากแวะมาค้างคืนที่อิคาโฮะ ออนเซ็น (Ikaho Onsen) ในจังหวัดกุนมะสักครั้ง แต่พอเปิดแผนที่ดูรายชื่อที่พักซึ่งเรียงตัวตามแนวลาดชันของเนินเขา คำถามที่หลายคนลังเลก่อนกดจองคือ “ควรเลือกพักโซนปากทางขึ้นบันไดหินใกล้ป้ายรถบัส หรือขึ้นไปพักโซนด้านบนใกล้ศาลเจ้าดี แล้วแต่ละแห่งมีน้ำพุร้อนสีอะไรบ้าง?”
คำตอบขึ้นอยู่กับความสะดวกเรื่องสัมภาระและบรรยากาศที่ต้องการ หากเน้นความคล่องตัวและอยากเดินออกมาร้านของฝากได้ทันที ให้เลือกที่พักช่วงปากทางขึ้นถนนบันไดหิน (อิชิดังไก) อย่างโอยาโดะ ทามากิ (Oyado Tamaki) แต่ถ้าชอบความเงียบสงบใกล้ศาลเจ้าอิคาโฮะและต้องการห้องพักที่หันรับวิวภูเขา ให้เลือกช่วงปลายบันไดหินด้านบนอย่างฟุกุอิจิ (Fukuichi) ซึ่งทั้งสองแห่งมีน้ำพุร้อนครบทั้งสีทองและสีเงิน บทความนี้สรุปการเทียบทำเลตามแนวบันไดหิน 365 ขั้น วิธีเช็คชนิดน้ำแร่ของแต่ละโรงแรมและเรียวกัง (ที่พักแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม) ไปจนถึงการเลือกป้ายลงรถบัสจากโตเกียวให้เดินเข้าที่พักได้สบายที่สุด
เลือกโซนไหนดี เทียบทำเลใกล้ถนนบันไดหิน 365 ขั้นกับโซนวิวภูเขา
ก่อนกดจองห้องพักในอิคาโฮะ ออนเซ็น สิ่งที่ต้องรู้คือผังที่พักของเมืองนี้ ข้อมูลจากสมาคมการท่องเที่ยวชิบุคาวะ อิคาโฮะ แบ่งพื้นที่ที่พักในชิบุคาวะออกเป็น 3 เขต ได้แก่ อิคาโฮะ ออนเซ็น โอโนกามิ/อาคางิ และตัวเมืองชิบุคาวะ โดยในเขตอิคาโฮะ ออนเซ็น มีที่พักสมาชิก 41 แห่ง แม้ข้อมูลทางการจะไม่ได้แยกเขตที่เรียกว่า “โซนวิวภูเขา” ออกมาต่างหาก แต่สำหรับการวางแผนจองห้องพัก เราสามารถเทียบทำเลได้จากตำแหน่งความสูงตามแนวถนนบันไดหิน (อิชิดังไก) ซึ่งเป็นถนนที่เป็นขั้นบันไดหิน 365 ขั้น มีร้านและที่พักเรียงสองข้างทางยาว 300 เมตร
ในมุมของคนไทย ทางเดินขึ้นบันไดหินยาว 300 เมตรเทียบได้กับการเดินขึ้นทางชันต่อเนื่องราวสนามฟุตบอล 3 สนาม ถ้าต้องลากกระเป๋าเดินทางขึ้นไปเองจะเหนื่อยมาก การเปรียบเทียบระหว่างช่วงปากทางขึ้นบันไดหินด้านล่าง กับช่วงปลายบันไดหินด้านบนที่มีอาคารหันรับวิวภูเขา จึงช่วยให้เลือกที่พักได้เหมาะกับแผนการเดินทาง
| เกณฑ์เปรียบเทียบ | โซนปากทางขึ้นและเชิงถนนบันไดหิน (อิชิดังไก) | โซนปลายบันไดหินด้านบนและอาคารวิวภูเขา |
|---|---|---|
| จุดสังเกตทำเล | อยู่บริเวณปากทางขึ้นบันไดหิน ใกล้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญเชิงบันไดหิน | อยู่บริเวณขั้นบนสุดของบันไดหิน ใกล้ทางเดินไปศาลเจ้าอิคาโฮะบนเนินเขา |
| การเดินเที่ยว | เดินออกมาร้านอาหาร ร้านมันจูย่าง และร้านของที่ระลึกช่วงต้นบันไดได้ทันที | เชื่อมเข้าสู่ปลายบันไดหินด้านบนได้เลย ไม่ต้องไต่ระดับจากด้านล่างขึ้นมาใหม่ |
| บรรยากาศและวิว | คึกคักด้วยกลิ่นอายเมืองน้ำพุร้อนดั้งเดิม เดินขึ้นลงโซนร้านค้าสะดวก | เงียบสงบกว่าช่วงล่าง มีอาคารมันโยคัง (Manyokan) ที่ห้องพักหันไปทางภูเขาทุกห้อง |
| การจัดการกระเป๋า | ไม่ต้องแบกกระเป๋าขึ้นบันไดหิน ฝากล็อกเกอร์เชิงบันไดหรือเข้าที่พักได้ง่าย | ไม่ควรลากกระเป๋าขึ้นบันไดหิน 365 ขั้นเอง ควรเช็คจุดลงรถหรือส่งกระเป๋า |
| ตัวอย่างที่พัก | โอยาโดะ ทามากิ (Oyado Tamaki) อยู่ปากทางขึ้นถนนบันไดหิน | ฟุกุอิจิ (Fukuichi) อยู่ขั้นบนสุดของถนนบันไดหิน |
โซนติดถนนบันไดหินอิชิดังไก เดินเที่ยวร้านของฝากและจุดแช่เท้าสะดวก
ถนนบันไดหิน (อิชิดังไก) มีประวัติความเป็นมาราว 400 ปีก่อน โดยบันไดหินปัจจุบันปูด้วยหินแกรนิตที่ปรับปรุงครั้งใหญ่เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปีโชวะที่ 55 (ปี 1980) และเพิ่งต่อเติมเพิ่มในปี 2010 จนครบ 365 ขั้น การพักบริเวณปากทางขึ้นบันไดหินเหมาะกับคนที่อยากสวมยูกาตะ (ชุดผ้าฝ้ายที่ใส่ในเรียวกัง) ออกมาเดินเล่น เพราะสองข้างทางมีร้านของที่ระลึก ร้านอาหาร และร้านมันจูน้ำพุร้อนเรียงรายตลอดแนว
ระหว่างเดินขึ้นบันไดหินจะมี “โคมะกุจิ” หรือจุดแบ่งน้ำแร่จากต้นน้ำที่มองเห็นน้ำพุร้อนไหลผ่านได้ 4 จุด และเมื่อเดินขึ้นไปราว 2 ใน 3 ของทางขึ้น จะพบบ่อแช่เท้า (อาชิยุ) คือบ่อแช่เฉพาะเท้าที่ไม่ต้องถอดเสื้อผ้า เปิดให้นั่งแช่เท้ากลางแจ้งฟรี นอกจากนี้บริเวณเชิงบันไดหินยังมีล็อกเกอร์หยอดเหรียญ ทำให้คนที่พักโซนปากทางขึ้นอย่างโอยาโดะ ทามากิ จัดการสัมภาระและเดินเที่ยวได้สะดวก หากต้องการดูจุดแวะเที่ยวรอบเมืองเพิ่มเติม สามารถอ่านต่อได้ที่หน้า เที่ยวอิคาโฮะ ออนเซ็น และจุดเช็คอินรอบถนนบันไดหิน 365 ขั้น
โซนปลายบันไดหินด้านบนและเนินเขา เงียบสงบพร้อมบ่อกลางแจ้งชมวิวภูเขา
เมื่อเดินขึ้นมาถึงขั้นบนสุดของบันไดหิน 365 ขั้น จะเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าอิคาโฮะ (สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9) ซึ่งบรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นความร่มรื่นบนเนินเขา ทำเลปลายบันไดหินด้านบนนี้เป็นที่ตั้งของฟุกุอิจิ (Fukuichi) ซึ่งมีทางเชื่อมออกสู่ช่วงบนสุดของถนนบันไดหินโดยตรง ผู้เข้าพักจึงเดินไปไหว้ศาลเจ้าอิคาโฮะหรือเดินลงมาเที่ยวตามขั้นบันไดได้โดยไม่ต้องเดินขึ้นจากด้านล่าง
จุดเด่นของที่พักช่วงปลายบันไดหินคือมุมมองธรรมชาติ เช่น อาคารมันโยคัง (Manyokan) ของฟุกุอิจิ ที่ห้องพักทุกห้องหันหน้าไปทางภูเขา รวมถึงมีห้องพักที่มีบ่อกลางแจ้งในห้องบนชั้น 4 สำหรับผู้ที่เน้นความเป็นส่วนตัว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสมาคมการท่องเที่ยวฯ ไม่ได้แบ่งโซนวิวภูเขาแยกไว้เป็นหมวดเฉพาะ ก่อนจองห้องพักจึงควรเช็คชื่ออาคารและทิศของห้องพักจากที่พักแต่ละแห่งโดยตรง
น้ำพุร้อนสีทองและน้ำพุร้อนสีเงิน จุดเด่นของโรงแรมและที่พักในอิคาโฮะ ออนเซ็น

อีกเหตุผลที่ควรเช็คข้อมูลที่พักในอิคาโฮะ ออนเซ็น ก่อนจอง คือเมืองนี้มีน้ำพุร้อนธรรมชาติ 2 ชนิดที่มีคุณสมบัติต่างกัน ได้แก่ น้ำพุร้อนสีทอง (โคงาเนะโนะยุ) และน้ำพุร้อนสีเงิน (ชิโรงาเนะโนะยุ) โดยจากรายชื่อที่พักสมาชิกของสมาคมการท่องเที่ยวชิบุคาวะ อิคาโฮะ ทั้งหมด 41 แห่ง ไม่ใช่ทุกแห่งจะมีครบทั้งสองสี แต่แบ่งตามชนิดน้ำแร่ที่ให้บริการดังนี้
- ที่พักที่มีครบทั้งน้ำพุร้อนสีทองและน้ำพุร้อนสีเงิน: มี 8 แห่ง (รวมถึงฟุกุอิจิ และโอยาโดะ ทามากิ)
- ที่พักที่มีเฉพาะน้ำพุร้อนสีทองอย่างเดียว: จำนวน 12 แห่ง
- ที่พักที่มีเฉพาะน้ำพุร้อนสีเงินอย่างเดียว: จำนวน 20 แห่ง
- ที่พักที่ไม่ระบุชนิดน้ำพุร้อน: จำนวน 1 แห่ง
น้ำพุร้อนสีทอง (Kogane-no-yu) น้ำแร่ธาตุเหล็กดั้งเดิมของเมือง
น้ำพุร้อนสีทอง (โคงาเนะโนะยุ / Kogane-no-yu) เป็นน้ำแร่ซัลเฟตดั้งเดิมของอิคาโฮะ ออนเซ็น น้ำที่ผุดจากต้นน้ำเดิมใสไม่มีสี แต่เมื่อธาตุเหล็กในน้ำสัมผัสอากาศจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง ในมุมคนไทยจะเห็นเป็นน้ำสีขุ่นออกส้มอมน้ำตาลตามธรรมชาติ สรรพคุณที่สมาคมการท่องเที่ยวฯ ระบุไว้ ได้แก่ ช่วยดูแลแผลบาด ภาวะมือเท้าเย็น ผิวแห้ง อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง และช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้าหลังเดินเที่ยวมาทั้งวัน
น้ำพุร้อนสีเงิน (Shirogane-no-yu) น้ำแร่ใสอ่อนโยนและที่พักที่มีครบสองบ่อ
ส่วนน้ำพุร้อนสีเงิน (ชิโรงาเนะโนะยุ / Shirogane-no-yu) เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่เพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ เข้าเกณฑ์ออนเซ็น (บ่อน้ำพุร้อน) ตามมาตรา 2 ของกฎหมายน้ำพุร้อนญี่ปุ่นด้วยกรดเมตาซิลิซิก มีแร่ธาตุน้อย น้ำจึงใส ไม่มีสี ไม่มีรส และไม่มีกลิ่น อ่อนโยนต่อผิว เหมาะกับผู้สูงอายุและผู้ที่ฟื้นตัวจากอาการป่วย
หากอยากแช่น้ำแร่ทั้งสองสีในการเข้าพักครั้งเดียว แนะนำให้เช็คไอคอนภาษาญี่ปุ่นคำว่า 黄金の湯 (น้ำพุร้อนสีทอง) และ 白銀の湯 (น้ำพุร้อนสีเงิน) ที่กำกับไว้ใต้ชื่อที่พักแต่ละแห่งได้จาก รายชื่อที่พักของสมาคมการท่องเที่ยวชิบุคาวะ อิคาโฮะ ซึ่งติดไอคอนชนิดน้ำแร่ไว้ทุกแห่ง
เรียวกังและโรงแรมแนะนำในอิคาโฮะ ออนเซ็น แยกตามสไตล์ห้องพักและบ่อส่วนตัว

ลองมาดูรายละเอียดของที่พักแนะนำ 2 แห่งที่อยู่คนละปลายของถนนบันไดหิน และมีน้ำพุร้อนครบทั้งสองชนิด พร้อมแนวทางเลือกห้องพักมีบ่อในห้องและบ่อเช่าเหมา (คาชิคิริ)
อิคาโฮะ ออนเซ็น ฟุกุอิจิ (Fukuichi) ที่พักปลายบันไดหินที่มีน้ำพุร้อนครบสองสี
ฟุกุอิจิ (Fukuichi) เปิดกิจการมายาวนาน 440 ปี (ตามข่าวประชาสัมพันธ์ของบริษัทเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566) ตั้งอยู่ขั้นบนสุดของถนนบันไดหิน (อิชิดังไก) ใกล้ศาลเจ้าอิคาโฮะ ภายในบ่ออาบน้ำรวมขนาดใหญ่มีน้ำพุร้อนครบทั้งสีทองและสีเงิน
ตัวอาคารมันโยคัง (Manyokan) เป็นอาคารที่มีล็อบบี้และบ่ออาบน้ำใหญ่ โดยห้องพักทุกห้องในอาคารนี้หันไปทางวิวภูเขา ส่วนบนชั้น 4 มีห้องพักที่ปรับปรุงใหม่และเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 จำนวน 6 ห้อง (แบ่งเป็น Forest Suite 4 ห้อง และ Forest Suite Premier 2 ห้อง) พร้อมบ่อกลางแจ้งในห้อง แต่ข้อมูลทางการของบริษัทระบุไว้ชัดเจนว่าบ่อในห้องชุดนี้ไม่ใช่น้ำแร่ออนเซ็น หากต้องการแช่น้ำพุร้อนสีทองและสีเงินแท้ๆ จึงต้องลงไปใช้บ่ออาบน้ำรวมขนาดใหญ่ของที่พัก
โอยาโดะ ทามากิ (Oyado Tamaki) เรียวกังบรรยากาศอบอุ่นพร้อมออนเซ็นเช่าส่วนตัว
โอยาโดะ ทามากิ (Oyado Tamaki) ตั้งอยู่บริเวณปากทางขึ้นถนนบันไดหิน (อิชิดังไก) มีห้องพักทั้งหมด 26 ห้อง บ่ออาบน้ำรวมขนาดใหญ่ (榛栗の湯) มีครบทั้งน้ำพุร้อนสีทองและสีเงิน ส่วนบ่อรวมและบ่อกลางแจ้ง (玉伊吹の湯) ใช้น้ำพุร้อนสีเงิน โดยสลับฝั่งชาย-หญิงตามเวลา
ตัวเลือกบ่อส่วนตัวของโอยาโดะ ทามากิ แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ
- ห้องพักมีบ่อในห้อง: มีห้องที่มาพร้อมบ่ออาบน้ำกลางแจ้งในห้อง 10 ห้อง และบ่อในร่มในห้อง 2 ห้อง ซึ่งบ่อในห้องพักทุกห้องใช้น้ำพุร้อนสีเงินทั้งหมด
- บ่อเช่าเหมา (คาชิคิริ): คือบ่อที่จองใช้เฉพาะกลุ่มตัวเองเป็นรอบเวลา มี 2 บ่อ รอบละ 50 นาที (จองรอบล่วงหน้าได้และมีค่าบริการเพิ่ม) ได้แก่ บ่อหินในร่ม “โคฮารุบิโยริ” (小春日和) ที่ใช้น้ำพุร้อนสีทอง และบ่อกลางแจ้ง “อาคาริ” (あかり) ที่ใช้น้ำพุร้อนสีเงิน รองรับได้ 2 – 3 คน
วิธีเลือกห้องพักมีออนเซ็นในตัวหรือบ่อเช่าเหมาสำหรับครอบครัวและคู่รัก
ก่อนจองห้องพักมีบ่อในห้อง (In-room Onsen) หรือบ่อเช่าเหมาในอิคาโฮะ ออนเซ็น ควรเช็ครายละเอียด 3 ข้อนี้ให้ชัดเจน
- เช็คชนิดน้ำในบ่อประจำห้องพัก: ดูให้แน่ใจว่าเป็นน้ำแร่ออนเซ็นเหมือนห้องบ่อส่วนตัวของโอยาโดะ ทามากิ (ใช้น้ำพุร้อนสีเงิน) หรือเป็นน้ำร้อนธรรมดาที่ไม่ใช่น้ำแร่เหมือนห้องชั้น 4 ของฟุกุอิจิ
- เช็ครอบเวลาและขนาดบ่อเช่าเหมา: บ่อเช่าเหมาต้องจองรอบเวลาและมีค่าบริการแยกต่างหาก รวมถึงควรดูจำนวนคนที่รองรับ เช่น บ่อกลางแจ้งเช่าเหมาของโอยาโดะ ทามากิ รับได้ 2 – 3 คน เหมาะกับคู่รักหรือครอบครัวเล็ก
- เช็คเงื่อนไขสำหรับผู้มีรอยสัก: องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) แนะนำให้ผู้มีรอยสักสอบถามที่พักล่วงหน้า เพราะบ่อรวมที่แยกชาย (
男) และหญิง (女) บางแห่งไม่รับผู้มีรอยสัก แต่บางแห่งอนุญาตหากปิดด้วยสติกเกอร์ อย่างโอยาโดะ ทามากิ ให้ลงบ่อใหญ่ได้เฉพาะรอยสักขนาดเล็กที่ปิดด้วยสติกเกอร์ได้มิด (ขอสติกเกอร์ที่เคาน์เตอร์) นอกนั้นต้องใช้ห้องพักที่มีบ่อกลางแจ้งในห้องหรือบ่อเช่าเหมาแทน
หากต้องการเทียบที่พักในเมืองน้ำพุร้อนอื่นของจังหวัดกุนมะเพิ่มเติม ดูได้ที่หน้า รวมข้อมูลที่พักและเรียวกังน่าพักในจังหวัดกุนมะ
วิธีเดินทางจากโตเกียวไปที่พักอิคาโฮะ ออนเซ็น และการลงป้ายรถบัสให้ตรงโซน

จากโตเกียวสามารถเดินทางไปอิคาโฮะ ออนเซ็น ได้ทั้งรถบัสด่วนและรถไฟ (ส่วนคนขับรถเอง ใช้ทางด่วนคันเอ็ทสึจากด่านเนริมะ IC ถึงด่านชิบุคาวะ-อิคาโฮะ IC ราว 1 ชั่วโมง แล้วขับต่ออีก 20 นาที) หัวใจสำคัญคือการเลือกป้ายลงรถและจุดฝากกระเป๋าเพื่อไม่ต้องแบกสัมภาระขึ้นบันไดหิน 365 ขั้น
รถบัสด่วนจากชินจูกุยิงตรงถึงย่านออนเซ็นใน 2.5 ชั่วโมง
จากอาคารสถานีรถบัสด่วนที่ชินจูกุ หรือ บัสตะชินจูกุ (Busta Shinjuku) นั่งรถบัสด่วนถึงอิคาโฮะ ออนเซ็น ใช้เวลาราว 2.5 ชั่วโมง โดยรถบัสด่วนโจชูยุเมกุริ (上州ゆめぐり号) และโตเกียวยุเมกุริ ของ JR Bus Kanto ขึ้นได้ที่สถานีอุเอโนะ (ทางออกอิริยะ) สถานีโตเกียว และบัสตะชินจูกุ (รวมถึงนาคาโนะซากาอุเอะ และเนริมะ) นอกจากนี้ยังมีรถบัสตรงสาย “อิคาโฮะ・ชิมะออนเซ็นโก” (伊香保・四万温泉号) จากสนามบินฮาเนดะและสถานีโตเกียว ผ่านสถานีคาวาโกเอะ (JR Bus Kanto ประกาศปรับค่าโดยสารตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2569 ควรเช็คตารางล่าสุดก่อนเดินทาง)
ในย่านอิคาโฮะ ออนเซ็น มีป้ายลงรถบัสด่วน 2 ป้าย คือ ป้ายอิคาโฮะ ออนเซ็น มิฮาราชิชิตะ (伊香保温泉(見晴下)) และ ป้ายอิคาโฮะ อิชิดังไก (伊香保石段街) ก่อนเดินทางจึงควรเช็คกับที่พักที่จองไว้ล่วงหน้าว่าลงป้ายไหนเดินเข้าสู่ตัวอาคารได้ใกล้และสะดวกที่สุด
รถไฟชินคันเซ็นและรถไฟ JR ลงสถานีชิบุคาวะแล้วต่อรถบัสเข้าที่พัก
การเดินทางด้วยรถไฟจากโตเกียวไปลงสถานีชิบุคาวะเลือกได้ 2 เส้นทางหลัก
- ชินคันเซ็นต่อรถไฟ JR: นั่งรถไฟความเร็วสูง ชินคันเซ็น (สายโจเอ็ทสึ หรือ โฮคุริคุ) จากโตเกียวไปสถานีทาคาซากิ ราว 50 นาที แล้วต่อรถไฟ JR สายโจเอ็ทสึหรืออางัทสึมะ ไปสถานีชิบุคาวะ อีกราว 25 นาที (หรือขึ้นรถบัส “อิคาโฮะไลเนอร์” 伊香保ライナー จากสถานีทาคาซากิที่จองล่วงหน้าและวิ่งตรงถึงอิคาโฮะ)
- รถไฟด่วนพิเศษต่อเดียว: นั่งรถไฟด่วนพิเศษ “คุซัทสึ ชิมะ” (特急草津四万号) จากสถานีอุเอโนะ ถึงสถานีชิบุคาวะโดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง 35 นาที
จากสถานีชิบุคาวะ ให้ต่อรถบัสประจำทางคันเอ็ทสึโคทสึ (関越交通) สายชิบุคาวะ-อิคาโฮะ หรือรถบัสกุนมะ (ผ่านมิซุซาวะ) ใช้เวลาราว 15 – 25 นาที แล้วแต่ป้ายที่ลง เพื่อไม่ให้ต้องลากกระเป๋าขึ้นบันไดหิน สามารถใช้บริการส่งกระเป๋าเดินทางได้ที่ Shibukawa Ekimae Plaza หน้าสถานีชิบุคาวะ (มีค่าบริการเพิ่ม) หรือฝากล็อกเกอร์หยอดเหรียญเชิงบันไดหิน ส่วนบริการรถรับส่งของโรงแรมควรเช็คกับที่พักโดยตรง (เช่น โอยาโดะ ทามากิ ระบุว่าถ้าโทรแจ้งเมื่อลงป้ายรถในเมืองอิคาโฮะ จะมารับที่ป้ายให้ แต่ไม่มีรถรับจากนอกเมือง) และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก ข้อมูลการเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวกในอิคาโฮะจากคู่มือนำเที่ยวกุนมะอย่างเป็นทางการ (Visit Gunma)
คำถามที่พบบ่อย
พักอิคาโฮะ ออนเซ็น โซนปากทางขึ้นบันไดหิน 365 ขั้น หรือโซนปลายบันไดหินด้านบนต่างกันอย่างไร?
ที่พักช่วงปากทางขึ้นถนนบันไดหิน (อิชิดังไก) เช่น โอยาโดะ ทามากิ (Oyado Tamaki) จะอยู่ใกล้จุดตั้งล็อกเกอร์หยอดเหรียญเชิงบันไดหินและร้านค้าช่วงต้น เดินเข้าออกได้ง่ายโดยไม่ต้องแบกกระเป๋าขึ้นทางชัน ส่วนที่พักช่วงปลายบันไดหินด้านบน เช่น ฟุกุอิจิ (Fukuichi) จะตั้งอยู่บนขั้นบนสุดใกล้ศาลเจ้าอิคาโฮะ ให้บรรยากาศเงียบสงบกว่า และมีอาคารมันโยคัง (Manyokan) ที่ห้องพักทุกห้องหันหน้าไปทางวิวภูเขา
โรงแรมและเรียวกังไหนในอิคาโฮะ ออนเซ็น มีทั้งน้ำพุร้อนสีทองและน้ำพุร้อนสีเงิน?
จากรายชื่อที่พักสมาชิกของสมาคมการท่องเที่ยวชิบุคาวะ อิคาโฮะ ทั้งหมด 41 แห่ง มีเพียง 8 แห่งเท่านั้นที่มีน้ำพุร้อนครบทั้งน้ำพุร้อนสีทอง (โคงาเนะโนะยุ) และน้ำพุร้อนสีเงิน (ชิโรงาเนะโนะยุ) โดยตัวอย่างที่พักที่มีน้ำแร่ครบทั้งสองชนิดในบ่ออาบน้ำรวมขนาดใหญ่ ได้แก่ ฟุกุอิจิ (Fukuichi) ซึ่งอยู่ขั้นบนสุดของบันไดหิน และโอยาโดะ ทามากิ (Oyado Tamaki) ซึ่งอยู่บริเวณปากทางขึ้นบันไดหิน
ที่พักอิคาโฮะ ออนเซ็น มีห้องพักพร้อมบ่อส่วนตัวในห้องหรือบ่อเช่าเหมาไหม?
มีให้บริการในหลายแห่ง แต่ต้องเช็คชนิดของน้ำในบ่อก่อนจอง เช่น โอยาโดะ ทามากิ มีห้องพักที่มาพร้อมบ่อกลางแจ้งในห้อง 10 ห้อง และบ่อในร่มในห้อง 2 ห้อง ที่ใช้น้ำพุร้อนสีเงินทั้งหมด รวมถึงมีบ่อเช่าเหมา (คาชิคิริ) 2 บ่อให้จองใช้รอบละ 50 นาที (มีค่าบริการเพิ่ม) ส่วนฟุกุอิจิ มีห้องพักพร้อมบ่อกลางแจ้งในห้องบนชั้น 4 จำนวน 6 ห้อง แต่น้ำในบ่อประจำห้องพักชุดดังกล่าวไม่ใช่น้ำแร่ออนเซ็น
เดินทางจากโตเกียวไปที่พักในอิคาโฮะ ออนเซ็น ด้วยรถบัสด่วนหรือรถไฟสะดวกกว่ากัน?
หากมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่และไม่อยากเปลี่ยนขบวนรถ การนั่งรถบัสด่วนโจชูยุเมกุริหรือโตเกียวยุเมกุริจากสถานีอุเอโนะ (ทางออกอิริยะ) สถานีโตเกียว หรือบัสตะชินจูกุ (Busta Shinjuku) จะสะดวกกว่าเพราะวิ่งตรงถึงย่านอิคาโฮะ ออนเซ็น (จากชินจูกุใช้เวลาราว 2.5 ชั่วโมง) แต่หากใช้พาสเดินทางของ JR สามารถนั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวไปลงสถานีทาคาซากิ (ราว 50 นาที) ต่อรถไฟ JR ไปสถานีชิบุคาวะ (ราว 25 นาที) หรือนั่งรถไฟด่วนพิเศษคุซัทสึ ชิมะ จากสถานีอุเอโนะถึงสถานีชิบุคาวะ (ราว 1 ชั่วโมง 35 นาที) แล้วต่อรถบัสท้องถิ่นอีกราว 15 – 25 นาที แล้วแต่ป้ายที่ลง
ไปพักอิคาโฮะ ออนเซ็น ต้องลากกระเป๋าเดินทางขึ้นบันไดหิน 365 ขั้นเองไหม?
ไม่จำเป็นต้องลากกระเป๋าขึ้นทางเดินบันไดหินที่ยาว 300 เมตรด้วยตัวเอง นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการส่งกระเป๋าเดินทางไปยังที่พักได้ที่ Shibukawa Ekimae Plaza หน้าสถานีชิบุคาวะ (มีค่าบริการเพิ่ม) หรือนำกระเป๋าไปฝากไว้ที่ล็อกเกอร์หยอดเหรียญบริเวณเชิงบันไดหินก่อนเดินขึ้นไปเที่ยวตัวเปล่าได้

